บทความ เผยแพร่เมื่อ: ตุลาคม 25, 2026 อัปเดตล่าสุด: ตุลาคม 26, 2026

ตะแกรงดักขยะอุดตันบ่อย? วิธีแก้และตารางบำรุงรักษา

ตะแกรงดักขยะ อุดตันบ่อยมักเกิดจากไขมัน เส้นใย ตะกอน และระบบน้ำล้างที่ไม่เหมาะสม แก้ปัญหาด้วยการหาสาเหตุ กำหนดตารางบำรุงรักษา และจัดการขยะอย่างเป็นระบบ

แบ่งปันข่าวนี้:
ตะแกรงดักขยะอุดตันบ่อย? วิธีแก้และตารางบำรุงรักษา

ตะแกรงดักขยะอุดตันบ่อยมักเกิดจากไขมัน เส้นใย และตะกอนที่สะสมบนตะแกรง รวมถึงการตั้งรอบกวาดหรือระบบน้ำล้างที่ไม่เหมาะสม การแก้ปัญหาจึงควรเริ่มจากการหาสาเหตุ พร้อมกำหนดตารางบำรุงรักษาและวิธีจัดการขยะที่ดักได้อย่างเป็นระบบ

บทความนี้จะพาไปดูสาเหตุที่ตะแกรงดักขยะอุดตัน 5 ปัญหาที่พบบ่อยหน้างานพร้อมวิธีแก้ ตารางบำรุงรักษาที่นำไปใช้ได้ทันที วิธีจัดการขยะที่แยกได้ และสัญญาณที่บอกว่าควรอัปเกรดตะแกรง

ตะแกรงดักขยะทำงานอย่างไร และอะไรทำให้อุดตัน?

ตะแกรงดักขยะ ทำหน้าที่แยกของแข็งออกจากน้ำเสีย โดยให้น้ำไหลผ่านช่องกรองตามขนาดที่ออกแบบไว้ ของแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่าช่องกรองจะถูกกักไว้ ก่อนถูกกวาด ขูด หรือหมุนออกจากตะแกรงเพื่อนำไปจัดการต่อ

การอุดตันเกิดขึ้น เมื่อมีขยะเข้าสู่ระบบมากกว่าที่เครื่องสามารถนำออกได้ หรือมีขยะบางประเภท เช่น ไขมันและเส้นใย เกาะติดกับผิวตะแกรงจนทำให้น้ำไหลผ่านได้ยาก

สาเหตุที่ตะแกรงอุดตันบ่อยที่สุด

  • ไขมันและแป้งเกาะผิวตะแกรง ทำให้ช่องกรองแคบลงและน้ำไหลผ่านได้ยาก

  • เส้นใยพันซี่และแกนหมุน เช่น เศษผ้า เชือก และเส้นผม อาจทำให้ชุดกวาดหรือมอเตอร์ทำงานหนักขึ้น

  • น้ำล้างตะแกรงไม่เพียงพอ หัวฉีดตันหรือแรงดันน้ำไม่เหมาะสม ทำให้ขยะหลุดออกไม่หมด

  • ทรายและตะกอนสะสม หากการไหลของน้ำไม่เหมาะสม ตะกอนอาจสะสมบริเวณหน้าหรือก้นราง

  • ตั้งเวลาหรือเซนเซอร์ไม่เหมาะสม รอบกวาดที่ห่างเกินไปอาจทำให้ขยะสะสมมากขึ้น

จุดสำคัญ:

ระดับน้ำก่อนและหลังตะแกรงที่แตกต่างกันมากขึ้น เป็นสัญญาณที่ควรเฝ้าระวัง เรียกว่า Headloss การบันทึกค่าเป็นประจำช่วยให้เห็นแนวโน้มการอุดตันก่อนที่น้ำจะล้นข้ามตะแกรง

5 ปัญหาที่พบบ่อยหน้างานและวิธีแก้

การอุดตันของตะแกรงดักขยะ ไม่ได้มีสาเหตุจากขยะเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบล้าง ชุดกวาด และการตั้งค่าการทำงาน หากพบอาการผิดปกติ ควรตรวจสอบและแก้ไขตั้งแต่ต้นเหตุ โดยปัญหาที่พบบ่อยหน้างานมีดังนี้

1. น้ำล้นข้ามตะแกรง (Bypass)

เมื่อระดับน้ำด้านหน้าตะแกรงสูงขึ้นมาก น้ำอาจไหลล้นผ่านทางเบี่ยง ทำให้ขยะบางส่วนหลุดเข้าสู่ระบบด้านหลังตะแกรง ควรตรวจสอบรอบการกวาด เซนเซอร์ระดับน้ำ และปริมาณน้ำหรือขยะที่เข้าสู่ระบบว่ามีการเพิ่มขึ้นจากช่วงออกแบบหรือไม่

2. ขยะเกาะตะแกรงหมุนไม่หลุด (Blinding)

ไขมันหรือของเสียที่เคลือบผิวตะแกรงอาจทำให้น้ำผ่านได้ยาก แม้ตะแกรงจะยังหมุนตามปกติ ควรทำความสะอาดตามวิธีที่ผู้ผลิตกำหนด ตรวจหัวฉีดและระบบน้ำล้าง รวมถึงพิจารณาระบบดักไขมันก่อนเข้าตะแกรง

3. มอเตอร์หรือชุดกวาดสะดุดและโอเวอร์โหลด

เส้นใยหรือของแข็งขนาดใหญ่อาจพัน หรือขัดบริเวณใบกวาดและชุดขับเคลื่อน ทำให้มอเตอร์ทำงานหนักหรือเกิด Overload ก่อนนำสิ่งขัดออกต้องหยุดเครื่องและตัดแยกพลังงานตามขั้นตอนความปลอดภัย จากนั้นตรวจสอบสาเหตุและพิจารณาว่าควรมีตะแกรงหยาบในขั้นก่อนหน้าหรือไม่

4. กลิ่นเหม็นและแมลงบริเวณจุดทิ้งขยะ

ขยะจากตะแกรงมีความชื้นและสารอินทรีย์ จึงเกิดกลิ่นและดึงดูดแมลงได้หากปล่อยทิ้งไว้นาน ควรลดความชื้นออกก่อนขนทิ้ง ใช้ภาชนะที่มีฝาปิด และกำหนดรอบการขนย้ายให้เหมาะกับปริมาณขยะ

5. สนิมและการกัดกร่อน

ตะแกรงที่สัมผัสน้ำเสีย เป็นเวลานานอาจเกิดการกัดกร่อน จึงควรตรวจสอบผิวตะแกรง รอยเชื่อม และโครงสร้างอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงเลือกวัสดุให้เหมาะกับลักษณะน้ำเสียตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ

ตารางบำรุงรักษาตะแกรงดักขยะ

การกำหนดรอบบำรุงรักษาที่ชัดเจน ช่วยลดโอกาสการอุดตันและทำให้ตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก โดยตารางต่อไปนี้เป็นแนวทางทั่วไป ซึ่งควรปรับตามสภาพการใช้งานจริงและยึดคู่มือของผู้ผลิตเป็นหลัก

รอบ

รายการตรวจ

สิ่งที่ต้องบันทึก

รายวัน

ดูระดับน้ำหน้าและหลังตะแกรง เก็บขยะ ฟังเสียงมอเตอร์ ตรวจว่าน้ำล้างไหลปกติ

ค่า Headloss และจำนวนถังขยะที่ขนทิ้ง

รายสัปดาห์

ทำความสะอาดหัวฉีดน้ำล้างและแปรงปัด ตรวจเศษที่พันแกนหมุน

จุดที่มีเศษพันซ้ำ

รายเดือน

หล่อลื่นแบริ่งและโซ่ตามคู่มือ ตรวจความตึงโซ่ สภาพผิวตะแกรงและรอยเชื่อม

วันที่หล่อลื่นและกระแสมอเตอร์

รายไตรมาส

ทดสอบสัญญาณเตือน และเซนเซอร์ระดับ ทดลองรอบกวาดอัตโนมัติ

ผลทดสอบและค่าที่ตั้งใหม่

รายปี

ตรวจความหนาและการกัดกร่อน เปลี่ยนซีลและแปรงที่สึก ตรวจโครงสร้างราง

รายการอะไหล่ที่เปลี่ยนและแผนปีหน้า

Tips:

ควรกำหนดระดับ Headloss ปกติและระดับเตือนไว้บริเวณตะแกรง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบและแจ้งปัญหาได้ทันที

ขยะที่ตะแกรงดักได้ต้องจัดการอย่างไร?

ขยะที่ได้จากตะแกรงควรลดความชื้นออกก่อนขนทิ้ง เพราะน้ำที่ปะปนอยู่ทำให้ขยะมีน้ำหนักมาก และเกิดกลิ่นได้ง่าย โดยตะแกรงบางรุ่นสามารถอัดและรีดน้ำได้ในตัว ขณะที่บางระบบต้องติดตั้งเครื่องรีดแยก การเลือกวิธีจัดการควรพิจารณาจากปริมาณขยะต่อวัน พื้นที่ติดตั้ง และความเหมาะสมกับการใช้งานของระบบ โดยสามารถเลือกวิธีจัดการขยะได้ดังนี้

1. ใช้ถังรองรับใต้ตะแกรง ขนทิ้งด้วยมือ

เป็นวิธีพื้นฐานที่ให้ขยะจากตะแกรงตกลงในถังหรือภาชนะรองรับโดยตรง จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำขยะไปขนทิ้งตามรอบที่กำหนด เหมาะกับระบบที่มีปริมาณขยะไม่มาก และไม่จำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์รีดน้ำเพิ่มเติม

  • เหมาะกับ: ขยะตะกอนน้อย ไม่กี่ถังต่อวัน

  • ข้อดี: ลงทุนไม่สูง ติดตั้งง่าย และไม่ต้องใช้อุปกรณ์เพิ่มเติม

  • ข้อจำกัด: ขยะยังมีความชื้นและน้ำหนักมาก ต้องมีคนดูแลและขนทิ้งเป็นประจำ หากปล่อยไว้นานอาจเกิดกลิ่นและมีแมลงรบกวนได้

2. Screw Screen (ตะแกรงเกลียวอัดขยะ)

Screw Screen สามารถทำหน้าที่ดักขยะ ลำเลียง และอัดรีดน้ำออกจากขยะภายในเครื่องเดียว ขยะที่ถูกดักจะถูกลำเลียงด้วยเกลียวไปยังส่วนอัด ก่อนส่งออกไปยังภาชนะรองรับ จึงช่วยลดการสัมผัสขยะเปียกโดยตรงและเหมาะกับระบบที่ต้องการลดขั้นตอนในการจัดการขยะ

  • เหมาะกับ: ระบบที่ต้องการดักขยะ ลำเลียง และรีดน้ำในเครื่องเดียว

  • ข้อดี: ลดการจับขยะเปียกโดยตรง ช่วยลดความชื้นและปริมาตรของขยะก่อนนำไปกำจัด

  • ข้อจำกัด: ต้องมีการบำรุงรักษาเกลียว แปรง และส่วนประกอบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบลำเลียงและอัดขยะทำงานได้ตามปกติ

3. ตะแกรง + Screw Press แยก

สำหรับระบบที่มีปริมาณขยะหรือเศษอาหารมาก สามารถแยกกระบวนการดักขยะออกจากการรีดน้ำ โดยให้ตะแกรงทำหน้าที่ดักและรวบรวมขยะ ก่อนส่งต่อไปยัง Screw Press เพื่อรีดน้ำออกเพิ่มเติม วิธีนี้เหมาะกับระบบที่ต้องการจัดการขยะปริมาณมากและต้องการลดความชื้นก่อนขนส่งหรือกำจัด

  • เหมาะกับ: ระบบที่มีขยะและเศษอาหารปริมาณมาก

  • ข้อดี: สามารถรีดน้ำออกได้มากขึ้น และใช้ไฟประมาณ 1–5 kW ต่อชุด

  • ข้อจำกัด: ต้องใช้พื้นที่ติดตั้งและงบประมาณมากขึ้น รวมถึงต้องดูแลอุปกรณ์ทั้งส่วนตะแกรงและ Screw Press

ก่อนส่งกำจัด ควรตรวจสอบประเภทของเสียกับผู้รับกำจัดที่ได้รับอนุญาตทุกครั้ง เพราะขยะจากโรงงานอาหาร เคมี และสิ่งทออาจมีข้อกำหนดแตกต่างกัน สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องรีดได้ที่ Screw Press คืออะไร และแนวทางจัดการกากที่เกี่ยวข้องที่ ตะกอนน้ำเสียคืออะไร

เมื่อไรควรอัปเกรดหรือเปลี่ยนตะแกรงดักขยะ?

ควรพิจารณาอัปเกรดเมื่อบำรุงรักษาและแก้ไขปัญหาแล้วแต่ยังเกิดการอุดตันซ้ำ หรือเมื่อปริมาณและลักษณะน้ำเสียเปลี่ยนไปจากช่วงที่ออกแบบระบบเดิม

4 เงื่อนไขที่บอกว่าถึงเวลาอัปเกรด

  • ค่า Headloss สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ทำความสะอาดตะแกรงแล้ว

  • ต้องซ่อมชุดกวาดหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอบ่อยขึ้น

  • ปั๊มหรือเมมเบรนด้านหลังยังพบปัญหาเส้นใยหรือเศษขยะหลุดผ่านตะแกรง

  • ปริมาณน้ำเสียหรือขยะเพิ่มขึ้นจากช่วงที่ออกแบบระบบเดิม

ข้อควรระวัง:

ก่อนเข้าไปเอาขยะตะกอนออกจากตะแกรงทุกครั้ง ต้องตัดไฟและล็อกสวิตช์ (Lock Out) ก่อน อย่าใช้มือหรือไม้เขี่ยขณะที่ระบบยังทำงานอยู่ เนื่องจากชุดกวาดและเกลียวหมุนอาจทำให้เกิดอันตรายรุนแรงได้

สรุป

ปัญหา ตะแกรงดักขยะอุดตัน ไม่ได้เกิดจากปริมาณขยะเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับไขมัน เส้นใย ตะกอน ระบบน้ำล้าง รอบการกวาด และการตั้งค่าเซนเซอร์ การตรวจสอบระดับน้ำและค่า Headloss ร่วมกับการบำรุงรักษาตามรอบ จะช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติและแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่ระยะแรก

นอกจากนี้ การจัดการขยะที่ดักได้อย่างเหมาะสม เช่น การลดความชื้นหรือใช้ระบบ Screw Screen และ Screw Press จะช่วยให้การขนย้ายและกำจัดขยะเป็นระบบมากขึ้น

หากพบว่าตะแกรงยังอุดตันบ่อยแม้มีการบำรุงรักษา หรือปริมาณน้ำเสียและขยะเพิ่มขึ้นจากเดิม ควรประเมินขนาด ประเภท และความสามารถของตะแกรงอีกครั้ง เพื่อให้เหมาะกับสภาพการใช้งานปัจจุบัน

FAQ

Q1: ตะแกรงดักขยะควรล้างบ่อยแค่ไหน?

A: ควรตรวจสอบทุกวัน และตั้งรอบกวาดหรือล้างตามค่า Headloss หรือตามเวลาที่กำหนด โดยทำความสะอาดหัวฉีดน้ำล้างอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

Q2: ทำไมตะแกรงหมุนมีไขมันเกาะแล้วล้างไม่ออก?

A: เพราะไขมันเย็นตัวและเกาะบนผิวลวดลิ่ม (Wedge Wire) ทำให้ล้างออกได้ยาก ควรใช้น้ำร้อนหรือสารล้างไขมันตามคู่มือผู้ผลิต และติดตั้งระบบดักไขมันก่อนตะแกรง

Q3: ตะแกรงดักขยะอุดตันบ่อยควรเริ่มตรวจสอบจากจุดไหน?

A: ให้ตรวจระดับน้ำหน้าและหลังตะแกรง ค่า Headloss รอบการกวาด ระบบน้ำล้าง และลักษณะขยะที่สะสม เพื่อหาสาเหตุของการอุดตัน

Q4: ตะแกรงดักขยะควรตรวจสอบอะไรบ้างก่อนเริ่มเดินเครื่อง?

A: ตรวจตะแกรง ชุดกวาดหรือชุดลำเลียง ระบบน้ำล้าง มอเตอร์ เซนเซอร์ และช่องทางระบายน้ำ รวมถึงตรวจว่าไม่มีขยะหรือสิ่งแปลกปลอมตกค้าง

Q5: ถ้ามีเส้นใยและเศษผ้าจำนวนมาก ควรใช้ตะแกรงแบบไหน?

A: ควรเลือกประเภทตะแกรงและขนาดช่องเปิดให้เหมาะกับปริมาณและลักษณะของเส้นใย หากเส้นใยพันตะแกรงหรือชุดขับเคลื่อนบ่อย ควรพิจารณาเพิ่มตะแกรงหยาบในขั้นก่อนหน้า


หากระบบตะแกรงดักขยะอุดตันซ้ำ หรือกำลังวางแผนอัปเกรดระบบ Hydrosys สามารถช่วยประเมินลักษณะน้ำเสีย ปริมาณขยะ และแนวทางการจัดการที่เหมาะสม พร้อมให้บริการออกแบบ ผลิต และดูแลระบบตะแกรงดักขยะสำหรับงานอุตสาหกรรม ดูแนวทางได้ที่ เครื่องแยกขยะ และเครื่องดักไขมัน DAF ในอุตสาหกรรม


📞 Tel: 02-889-6180, 091-959-5396

🟢 Line: @hydrosys

📧 Email: info@hydrosys.co.th, hydrosys@hydrosys.co.th

📲 Facebook: Hydrosys