ตะแกรงดักขยะอุดตันบ่อยมักเกิดจากไขมัน เส้นใย และตะกอนที่สะสมบนตะแกรง รวมถึงการตั้งรอบกวาดหรือระบบน้ำล้างที่ไม่เหมาะสม การแก้ปัญหาจึงควรเริ่มจากการหาสาเหตุ พร้อมกำหนดตารางบำรุงรักษาและวิธีจัดการขยะที่ดักได้อย่างเป็นระบบ
บทความนี้จะพาไปดูสาเหตุที่ตะแกรงดักขยะอุดตัน 5 ปัญหาที่พบบ่อยหน้างานพร้อมวิธีแก้ ตารางบำรุงรักษาที่นำไปใช้ได้ทันที วิธีจัดการขยะที่แยกได้ และสัญญาณที่บอกว่าควรอัปเกรดตะแกรง
ตะแกรงดักขยะทำงานอย่างไร และอะไรทำให้อุดตัน?
ตะแกรงดักขยะ ทำหน้าที่แยกของแข็งออกจากน้ำเสีย โดยให้น้ำไหลผ่านช่องกรองตามขนาดที่ออกแบบไว้ ของแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่าช่องกรองจะถูกกักไว้ ก่อนถูกกวาด ขูด หรือหมุนออกจากตะแกรงเพื่อนำไปจัดการต่อ
การอุดตันเกิดขึ้น เมื่อมีขยะเข้าสู่ระบบมากกว่าที่เครื่องสามารถนำออกได้ หรือมีขยะบางประเภท เช่น ไขมันและเส้นใย เกาะติดกับผิวตะแกรงจนทำให้น้ำไหลผ่านได้ยาก
สาเหตุที่ตะแกรงอุดตันบ่อยที่สุด
-
ไขมันและแป้งเกาะผิวตะแกรง ทำให้ช่องกรองแคบลงและน้ำไหลผ่านได้ยาก
-
เส้นใยพันซี่และแกนหมุน เช่น เศษผ้า เชือก และเส้นผม อาจทำให้ชุดกวาดหรือมอเตอร์ทำงานหนักขึ้น
-
น้ำล้างตะแกรงไม่เพียงพอ หัวฉีดตันหรือแรงดันน้ำไม่เหมาะสม ทำให้ขยะหลุดออกไม่หมด
-
ทรายและตะกอนสะสม หากการไหลของน้ำไม่เหมาะสม ตะกอนอาจสะสมบริเวณหน้าหรือก้นราง
-
ตั้งเวลาหรือเซนเซอร์ไม่เหมาะสม รอบกวาดที่ห่างเกินไปอาจทำให้ขยะสะสมมากขึ้น
จุดสำคัญ:
ระดับน้ำก่อนและหลังตะแกรงที่แตกต่างกันมากขึ้น เป็นสัญญาณที่ควรเฝ้าระวัง เรียกว่า Headloss การบันทึกค่าเป็นประจำช่วยให้เห็นแนวโน้มการอุดตันก่อนที่น้ำจะล้นข้ามตะแกรง
5 ปัญหาที่พบบ่อยหน้างานและวิธีแก้
การอุดตันของตะแกรงดักขยะ ไม่ได้มีสาเหตุจากขยะเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบล้าง ชุดกวาด และการตั้งค่าการทำงาน หากพบอาการผิดปกติ ควรตรวจสอบและแก้ไขตั้งแต่ต้นเหตุ โดยปัญหาที่พบบ่อยหน้างานมีดังนี้
1. น้ำล้นข้ามตะแกรง (Bypass)
เมื่อระดับน้ำด้านหน้าตะแกรงสูงขึ้นมาก น้ำอาจไหลล้นผ่านทางเบี่ยง ทำให้ขยะบางส่วนหลุดเข้าสู่ระบบด้านหลังตะแกรง ควรตรวจสอบรอบการกวาด เซนเซอร์ระดับน้ำ และปริมาณน้ำหรือขยะที่เข้าสู่ระบบว่ามีการเพิ่มขึ้นจากช่วงออกแบบหรือไม่
2. ขยะเกาะตะแกรงหมุนไม่หลุด (Blinding)
ไขมันหรือของเสียที่เคลือบผิวตะแกรงอาจทำให้น้ำผ่านได้ยาก แม้ตะแกรงจะยังหมุนตามปกติ ควรทำความสะอาดตามวิธีที่ผู้ผลิตกำหนด ตรวจหัวฉีดและระบบน้ำล้าง รวมถึงพิจารณาระบบดักไขมันก่อนเข้าตะแกรง
3. มอเตอร์หรือชุดกวาดสะดุดและโอเวอร์โหลด
เส้นใยหรือของแข็งขนาดใหญ่อาจพัน หรือขัดบริเวณใบกวาดและชุดขับเคลื่อน ทำให้มอเตอร์ทำงานหนักหรือเกิด Overload ก่อนนำสิ่งขัดออกต้องหยุดเครื่องและตัดแยกพลังงานตามขั้นตอนความปลอดภัย จากนั้นตรวจสอบสาเหตุและพิจารณาว่าควรมีตะแกรงหยาบในขั้นก่อนหน้าหรือไม่
4. กลิ่นเหม็นและแมลงบริเวณจุดทิ้งขยะ
ขยะจากตะแกรงมีความชื้นและสารอินทรีย์ จึงเกิดกลิ่นและดึงดูดแมลงได้หากปล่อยทิ้งไว้นาน ควรลดความชื้นออกก่อนขนทิ้ง ใช้ภาชนะที่มีฝาปิด และกำหนดรอบการขนย้ายให้เหมาะกับปริมาณขยะ
5. สนิมและการกัดกร่อน
ตะแกรงที่สัมผัสน้ำเสีย เป็นเวลานานอาจเกิดการกัดกร่อน จึงควรตรวจสอบผิวตะแกรง รอยเชื่อม และโครงสร้างอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงเลือกวัสดุให้เหมาะกับลักษณะน้ำเสียตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ

ตารางบำรุงรักษาตะแกรงดักขยะ
การกำหนดรอบบำรุงรักษาที่ชัดเจน ช่วยลดโอกาสการอุดตันและทำให้ตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก โดยตารางต่อไปนี้เป็นแนวทางทั่วไป ซึ่งควรปรับตามสภาพการใช้งานจริงและยึดคู่มือของผู้ผลิตเป็นหลัก
|
รอบ |
รายการตรวจ |
สิ่งที่ต้องบันทึก |
|---|---|---|
|
รายวัน |
ดูระดับน้ำหน้าและหลังตะแกรง เก็บขยะ ฟังเสียงมอเตอร์ ตรวจว่าน้ำล้างไหลปกติ |
ค่า Headloss และจำนวนถังขยะที่ขนทิ้ง |
|
รายสัปดาห์ |
ทำความสะอาดหัวฉีดน้ำล้างและแปรงปัด ตรวจเศษที่พันแกนหมุน |
จุดที่มีเศษพันซ้ำ |
|
รายเดือน |
หล่อลื่นแบริ่งและโซ่ตามคู่มือ ตรวจความตึงโซ่ สภาพผิวตะแกรงและรอยเชื่อม |
วันที่หล่อลื่นและกระแสมอเตอร์ |
|
รายไตรมาส |
ทดสอบสัญญาณเตือน และเซนเซอร์ระดับ ทดลองรอบกวาดอัตโนมัติ |
ผลทดสอบและค่าที่ตั้งใหม่ |
|
รายปี |
ตรวจความหนาและการกัดกร่อน เปลี่ยนซีลและแปรงที่สึก ตรวจโครงสร้างราง |
รายการอะไหล่ที่เปลี่ยนและแผนปีหน้า |
Tips:
ควรกำหนดระดับ Headloss ปกติและระดับเตือนไว้บริเวณตะแกรง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบและแจ้งปัญหาได้ทันที
ขยะที่ตะแกรงดักได้ต้องจัดการอย่างไร?
ขยะที่ได้จากตะแกรงควรลดความชื้นออกก่อนขนทิ้ง เพราะน้ำที่ปะปนอยู่ทำให้ขยะมีน้ำหนักมาก และเกิดกลิ่นได้ง่าย โดยตะแกรงบางรุ่นสามารถอัดและรีดน้ำได้ในตัว ขณะที่บางระบบต้องติดตั้งเครื่องรีดแยก การเลือกวิธีจัดการควรพิจารณาจากปริมาณขยะต่อวัน พื้นที่ติดตั้ง และความเหมาะสมกับการใช้งานของระบบ โดยสามารถเลือกวิธีจัดการขยะได้ดังนี้
1. ใช้ถังรองรับใต้ตะแกรง ขนทิ้งด้วยมือ
เป็นวิธีพื้นฐานที่ให้ขยะจากตะแกรงตกลงในถังหรือภาชนะรองรับโดยตรง จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำขยะไปขนทิ้งตามรอบที่กำหนด เหมาะกับระบบที่มีปริมาณขยะไม่มาก และไม่จำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์รีดน้ำเพิ่มเติม
-
เหมาะกับ: ขยะตะกอนน้อย ไม่กี่ถังต่อวัน
-
ข้อดี: ลงทุนไม่สูง ติดตั้งง่าย และไม่ต้องใช้อุปกรณ์เพิ่มเติม
-
ข้อจำกัด: ขยะยังมีความชื้นและน้ำหนักมาก ต้องมีคนดูแลและขนทิ้งเป็นประจำ หากปล่อยไว้นานอาจเกิดกลิ่นและมีแมลงรบกวนได้
2. Screw Screen (ตะแกรงเกลียวอัดขยะ)
Screw Screen สามารถทำหน้าที่ดักขยะ ลำเลียง และอัดรีดน้ำออกจากขยะภายในเครื่องเดียว ขยะที่ถูกดักจะถูกลำเลียงด้วยเกลียวไปยังส่วนอัด ก่อนส่งออกไปยังภาชนะรองรับ จึงช่วยลดการสัมผัสขยะเปียกโดยตรงและเหมาะกับระบบที่ต้องการลดขั้นตอนในการจัดการขยะ
-
เหมาะกับ: ระบบที่ต้องการดักขยะ ลำเลียง และรีดน้ำในเครื่องเดียว
-
ข้อดี: ลดการจับขยะเปียกโดยตรง ช่วยลดความชื้นและปริมาตรของขยะก่อนนำไปกำจัด
-
ข้อจำกัด: ต้องมีการบำรุงรักษาเกลียว แปรง และส่วนประกอบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบลำเลียงและอัดขยะทำงานได้ตามปกติ
3. ตะแกรง + Screw Press แยก
สำหรับระบบที่มีปริมาณขยะหรือเศษอาหารมาก สามารถแยกกระบวนการดักขยะออกจากการรีดน้ำ โดยให้ตะแกรงทำหน้าที่ดักและรวบรวมขยะ ก่อนส่งต่อไปยัง Screw Press เพื่อรีดน้ำออกเพิ่มเติม วิธีนี้เหมาะกับระบบที่ต้องการจัดการขยะปริมาณมากและต้องการลดความชื้นก่อนขนส่งหรือกำจัด
-
เหมาะกับ: ระบบที่มีขยะและเศษอาหารปริมาณมาก
-
ข้อดี: สามารถรีดน้ำออกได้มากขึ้น และใช้ไฟประมาณ 1–5 kW ต่อชุด
-
ข้อจำกัด: ต้องใช้พื้นที่ติดตั้งและงบประมาณมากขึ้น รวมถึงต้องดูแลอุปกรณ์ทั้งส่วนตะแกรงและ Screw Press
ก่อนส่งกำจัด ควรตรวจสอบประเภทของเสียกับผู้รับกำจัดที่ได้รับอนุญาตทุกครั้ง เพราะขยะจากโรงงานอาหาร เคมี และสิ่งทออาจมีข้อกำหนดแตกต่างกัน สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องรีดได้ที่ Screw Press คืออะไร และแนวทางจัดการกากที่เกี่ยวข้องที่ ตะกอนน้ำเสียคืออะไร
เมื่อไรควรอัปเกรดหรือเปลี่ยนตะแกรงดักขยะ?
ควรพิจารณาอัปเกรดเมื่อบำรุงรักษาและแก้ไขปัญหาแล้วแต่ยังเกิดการอุดตันซ้ำ หรือเมื่อปริมาณและลักษณะน้ำเสียเปลี่ยนไปจากช่วงที่ออกแบบระบบเดิม
4 เงื่อนไขที่บอกว่าถึงเวลาอัปเกรด
-
ค่า Headloss สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ทำความสะอาดตะแกรงแล้ว
-
ต้องซ่อมชุดกวาดหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอบ่อยขึ้น
-
ปั๊มหรือเมมเบรนด้านหลังยังพบปัญหาเส้นใยหรือเศษขยะหลุดผ่านตะแกรง
-
ปริมาณน้ำเสียหรือขยะเพิ่มขึ้นจากช่วงที่ออกแบบระบบเดิม
ข้อควรระวัง:
ก่อนเข้าไปเอาขยะตะกอนออกจากตะแกรงทุกครั้ง ต้องตัดไฟและล็อกสวิตช์ (Lock Out) ก่อน อย่าใช้มือหรือไม้เขี่ยขณะที่ระบบยังทำงานอยู่ เนื่องจากชุดกวาดและเกลียวหมุนอาจทำให้เกิดอันตรายรุนแรงได้
สรุป
ปัญหา ตะแกรงดักขยะอุดตัน ไม่ได้เกิดจากปริมาณขยะเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับไขมัน เส้นใย ตะกอน ระบบน้ำล้าง รอบการกวาด และการตั้งค่าเซนเซอร์ การตรวจสอบระดับน้ำและค่า Headloss ร่วมกับการบำรุงรักษาตามรอบ จะช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติและแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่ระยะแรก
นอกจากนี้ การจัดการขยะที่ดักได้อย่างเหมาะสม เช่น การลดความชื้นหรือใช้ระบบ Screw Screen และ Screw Press จะช่วยให้การขนย้ายและกำจัดขยะเป็นระบบมากขึ้น
หากพบว่าตะแกรงยังอุดตันบ่อยแม้มีการบำรุงรักษา หรือปริมาณน้ำเสียและขยะเพิ่มขึ้นจากเดิม ควรประเมินขนาด ประเภท และความสามารถของตะแกรงอีกครั้ง เพื่อให้เหมาะกับสภาพการใช้งานปัจจุบัน
FAQ
Q1: ตะแกรงดักขยะควรล้างบ่อยแค่ไหน?
A: ควรตรวจสอบทุกวัน และตั้งรอบกวาดหรือล้างตามค่า Headloss หรือตามเวลาที่กำหนด โดยทำความสะอาดหัวฉีดน้ำล้างอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
Q2: ทำไมตะแกรงหมุนมีไขมันเกาะแล้วล้างไม่ออก?
A: เพราะไขมันเย็นตัวและเกาะบนผิวลวดลิ่ม (Wedge Wire) ทำให้ล้างออกได้ยาก ควรใช้น้ำร้อนหรือสารล้างไขมันตามคู่มือผู้ผลิต และติดตั้งระบบดักไขมันก่อนตะแกรง
Q3: ตะแกรงดักขยะอุดตันบ่อยควรเริ่มตรวจสอบจากจุดไหน?
A: ให้ตรวจระดับน้ำหน้าและหลังตะแกรง ค่า Headloss รอบการกวาด ระบบน้ำล้าง และลักษณะขยะที่สะสม เพื่อหาสาเหตุของการอุดตัน
Q4: ตะแกรงดักขยะควรตรวจสอบอะไรบ้างก่อนเริ่มเดินเครื่อง?
A: ตรวจตะแกรง ชุดกวาดหรือชุดลำเลียง ระบบน้ำล้าง มอเตอร์ เซนเซอร์ และช่องทางระบายน้ำ รวมถึงตรวจว่าไม่มีขยะหรือสิ่งแปลกปลอมตกค้าง
Q5: ถ้ามีเส้นใยและเศษผ้าจำนวนมาก ควรใช้ตะแกรงแบบไหน?
A: ควรเลือกประเภทตะแกรงและขนาดช่องเปิดให้เหมาะกับปริมาณและลักษณะของเส้นใย หากเส้นใยพันตะแกรงหรือชุดขับเคลื่อนบ่อย ควรพิจารณาเพิ่มตะแกรงหยาบในขั้นก่อนหน้า
หากระบบตะแกรงดักขยะอุดตันซ้ำ หรือกำลังวางแผนอัปเกรดระบบ Hydrosys สามารถช่วยประเมินลักษณะน้ำเสีย ปริมาณขยะ และแนวทางการจัดการที่เหมาะสม พร้อมให้บริการออกแบบ ผลิต และดูแลระบบตะแกรงดักขยะสำหรับงานอุตสาหกรรม ดูแนวทางได้ที่ เครื่องแยกขยะ และเครื่องดักไขมัน DAF ในอุตสาหกรรม
📞 Tel: 02-889-6180, 091-959-5396
🟢 Line: @hydrosys
📧 Email: info@hydrosys.co.th, hydrosys@hydrosys.co.th
📲 Facebook: Hydrosys





