บทความ เผยแพร่เมื่อ: ตุลาคม 25, 2026 อัปเดตล่าสุด: ตุลาคม 26, 2026

โรงงานสีเขียวคืออะไร? รู้จัก Green Industry 5 ระดับ พร้อมแนวทางจัดการน้ำเสีย

โรงงานสีเขียว คือโรงงานที่ได้รับการรับรองตามแนวทางอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ของกระทรวงอุตสาหกรรม แบ่งเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่ Green Commitment ถึง Green Network

แบ่งปันข่าวนี้:
โรงงานสีเขียวคืออะไร? รู้จัก Green Industry 5 ระดับ พร้อมแนวทางจัดการน้ำเสีย

โรงงานสีเขียว คือโรงงานที่ได้รับการรับรองตามแนวทาง อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry หรือ GI) ของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งแบ่งการพัฒนาออกเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่ระดับ 1 ความมุ่งมั่นสีเขียว (Green Commitment) ไปจนถึงระดับ 5 เครือข่ายสีเขียว (Green Network)

การจัดการน้ำเสียเป็นหนึ่งในส่วนที่สามารถติดตามและวัดผลได้ค่อนข้างชัดเจน เพราะเกี่ยวข้องกับคุณภาพน้ำ การใช้ทรัพยากร ปริมาณกากตะกอน และการใช้พลังงาน ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลเป็นตัวเลขเพื่อนำไปติดตามและปรับปรุงได้

บทความนี้จะพาไปดูว่า โรงงานสีเขียวคืออะไร Green Industry 5 ระดับมีอะไรบ้าง ระบบบำบัดน้ำเสียช่วยให้โรงงานเป็นโรงงานสีเขียวได้อย่างไร และมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยลดการใช้น้ำ กากตะกอน และพลังงาน

โรงงานสีเขียวคืออะไร

โรงงานสีเขียว (Green Industry) คือแนวทางการพัฒนาสถานประกอบการให้ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งลดผลกระทบจากกระบวนการผลิต ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

โครงการอุตสาหกรรมสีเขียวของกระทรวงอุตสาหกรรมแบ่งการพัฒนาออกเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่การแสดงความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม การดำเนินกิจกรรมสีเขียว การมีระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการสร้างวัฒนธรรมและเครือข่ายสีเขียว

สำหรับโรงงาน การจัดการ น้ำเสีย ของเสีย มลพิษ การใช้พลังงาน และการใช้ทรัพยากร จึงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบจัดการสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะระบบบำบัดน้ำเสียที่ต้องออกแบบให้เหมาะกับประเภทและปริมาณน้ำเสียจากกระบวนการผลิต

จุดสำคัญ:

Green Industry เป็นการยกระดับการจัดการสิ่งแวดล้อมของโรงงานตามระดับ โดยแต่ละระดับมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่แตกต่างกัน โรงงานสามารถพัฒนาจากระดับหนึ่งไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้ เมื่อมีระบบการจัดการและหลักฐานที่แสดงถึงการดำเนินงานตามเกณฑ์ที่กำหนด

Green Industry 5 ระดับ แต่ละระดับคืออะไร?

Green Industry แบ่งการพัฒนาโรงงานออกเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่การแสดงความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการขยายแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมไปยังคู่ค้าและซัพพลายเออร์ โดยแต่ละระดับสะท้อนพัฒนาการด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน

ระดับ 1: Green Commitment ความมุ่งมั่นสีเขียว

เป็นระดับที่โรงงานแสดงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

ระดับ 2: Green Activity ปฏิบัติการสีเขียว

โรงงานเริ่มดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งลดผลกระทบที่เกิดจากกระบวนการผลิตและการใช้ทรัพยากร

สำหรับการจัดการน้ำ โรงงานอาจดำเนินการ เช่น ลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิต นำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ หรือปรับปรุงกระบวนการเพื่อลดปริมาณกากตะกอนจากระบบบำบัด

ระดับ 3: Green System ระบบสีเขียว

เป็นระดับที่โรงงานมี ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ มีการกำหนดแนวทาง ติดตาม ประเมินผล และทบทวนเพื่อปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยอาจใช้มาตรฐานหรือการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เช่น ISO 14001 เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบ

ระดับ 4: Green Culture วัฒนธรรมสีเขียว

การจัดการสิ่งแวดล้อมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะฝ่ายสิ่งแวดล้อมหรือผู้บริหาร แต่ พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วม และนำแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมมาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน

ตัวอย่างในด้านน้ำ ได้แก่ การสร้างจิตสำนึกให้พนักงานช่วยประหยัดน้ำ ตรวจสอบจุดรั่วไหล แจ้งปัญหาของระบบ และเสนอแนวคิดเพื่อปรับปรุงการใช้น้ำหรือระบบบำบัดน้ำเสีย

ระดับ 5: Green Network เครือข่ายสีเขียว

เป็นการขยายแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมออกไปนอกองค์กร โดยโรงงานมีบทบาทในการส่งเสริมและถ่ายทอดแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมไปยัง ซัพพลายเออร์ คู่ค้า และผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน

ในปี 2569 มีการมอบรางวัล Green Industry Award 2026 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 โดยมีสถานประกอบการที่ผ่านระดับ 4 จำนวน 140 รางวัล และระดับ 5 จำนวน 45 รางวัล รวม 185 รางวัล สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานด้านอุตสาหกรรมสีเขียวในระดับที่สูงขึ้นของสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์

ระบบบำบัดน้ำเสียมีบทบาทอย่างไรต่อ Green Industry?

การพัฒนาโรงงานให้เป็น โรงงานสีเขียว ไม่ได้มีเพียงเรื่องการลดการใช้พลังงานหรือการจัดการของเสีย แต่ยังรวมถึงการควบคุมผลกระทบจากกระบวนการผลิต โดยเฉพาะการจัดการน้ำเสียที่เกิดขึ้นภายในโรงงาน ระบบบำบัดน้ำเสียสามารถช่วยโรงงานได้ใน 5 เรื่องหลักดังนี้

1. ผ่านมาตรฐานน้ำทิ้งอย่างสม่ำเสมอ

พื้นฐานของการจัดการน้ำเสียคือการควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ระบบบำบัดที่ออกแบบให้เหมาะกับน้ำเสียและมีการดูแลอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้โรงงานควบคุมค่าต่าง ๆ เช่น BOD, COD, SS และ FOG ได้อย่างสม่ำเสมอ

โรงงานสามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ กฎหมายน้ำเสียโรงงานที่ผู้ประกอบการต้องรู้ และ ค่าน้ำทิ้งโรงงานมีอะไรบ้าง

2. ลดการใช้น้ำด้วยการนำน้ำกลับมาใช้

โรงงานที่ใช้น้ำในปริมาณมากสามารถพิจารณานำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ในงานที่เหมาะสม เช่น การล้างพื้น การหล่อเย็น หรือกระบวนการผลิตบางประเภท

การนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำช่วยลดการใช้น้ำจากแหล่งภายนอก และเป็นแนวทางในการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่ามากขึ้น สามารถดูแนวทางได้จาก Water Recycling ในโรงงาน และ ระบบกรองน้ำ RO สำหรับโรงงาน

3. ลดกากตะกอนและภาระในการจัดการ

กระบวนการบำบัดน้ำเสียอาจทำให้เกิดกากตะกอน ซึ่งต้องนำไปจัดการต่อ การใช้ระบบรีดตะกอน เช่น Screw Press, Belt Filter Press หรือ Filter Press ช่วยแยกน้ำออกจากตะกอน ทำให้ตะกอนมีความชื้นและน้ำหนักลดลงก่อนส่งกำจัด

การลดน้ำในกากตะกอนจึงช่วยลดภาระด้านการขนส่งและการจัดการในระยะยาว อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ตะกอนน้ำเสียคืออะไร

4. ลดพลังงานของระบบบำบัด

ระบบเติมอากาศเป็นส่วนที่ใช้พลังงานในระบบบำบัดน้ำเสีย โรงงานจึงสามารถพิจารณาเลือก Turbo Blower หรือ Maglev Turbo Blower เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเติมอากาศและควบคุมการใช้พลังงาน

อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพด้านพลังงานขึ้นอยู่กับรุ่น ขนาด และสภาพการใช้งานจริง จึงควรเลือก Blower ให้เหมาะกับปริมาณอากาศและความต้องการของระบบ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Blower สำหรับระบบบำบัดน้ำเสีย

5. มีข้อมูลน้ำที่ตรวจสอบได้

การติดตามปริมาณและคุณภาพน้ำก่อนและหลังบำบัด รวมถึงข้อมูลการใช้สารเคมี พลังงาน และปริมาณตะกอน ช่วยให้โรงงานมีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

เมื่อมีข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โรงงานสามารถนำไปใช้ติดตามประสิทธิภาพของระบบ ปรับปรุงกระบวนการ และวางแผนลดการใช้ทรัพยากรได้อย่างเป็นรูปธรรม

เทคโนโลยีบำบัดน้ำเสียอะไรช่วยยกระดับโรงงานสีเขียว?

การเลือกเทคโนโลยีบำบัดน้ำเสียเพื่อพัฒนา โรงงานสีเขียว ควรเริ่มจากปัญหาและเป้าหมายของแต่ละโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้น้ำ ลดปริมาณกากตะกอน ลดการใช้พลังงาน หรือควบคุมปริมาณน้ำทิ้ง

เทคโนโลยีที่เหมาะสมจึงแตกต่างกันไปตามลักษณะน้ำเสียและกระบวนการผลิต โดยระบบที่สามารถนำมาพิจารณาได้มีดังนี้

1. Water Recycling ลดการใช้น้ำด้วยการนำน้ำกลับมาใช้

ระบบ Water Recycling เช่น MBR, UF และ RO ช่วยบำบัดน้ำเพื่อนำกลับมาใช้ในงานที่เหมาะสม ลดปริมาณน้ำที่โรงงานต้องดึงมาใช้จากแหล่งภายนอก และลดปริมาณน้ำทิ้งจากกระบวนการผลิต

เหมาะกับโรงงานที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนการนำน้ำกลับมาใช้ และควบคุมการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถดูแนวทางได้จาก Water Recycling ในโรงงาน

2. Screw Press และระบบรีดตะกอน ลดกากตะกอนก่อนส่งกำจัด

Screw Press, Belt Filter Press และ Filter Press ช่วยแยกน้ำออกจากกากตะกอน ทำให้ตะกอนมีความชื้นลดลงและมีน้ำหนักน้อยลงก่อนนำไปจัดการหรือส่งกำจัด

การลดปริมาณน้ำในตะกอนจึงช่วยลดภาระด้านการขนส่งและการจัดการกากในระยะยาว โดยสามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Sludge Dewatering และ Screw Press

3. Turbo Blower ลดพลังงานที่ใช้ในระบบเติมอากาศ

ระบบเติมอากาศ เป็นส่วนที่มีการใช้พลังงานในระบบบำบัดน้ำเสีย โรงงานจึงสามารถพิจารณาใช้ Turbo Blower หรือ Maglev Turbo Blower เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเติมอากาศและควบคุมการใช้พลังงาน

อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพการประหยัดไฟขึ้นอยู่กับรุ่น ขนาด และสภาพการใช้งานจริงของแต่ละระบบ จึงควรเลือก Blower ให้เหมาะกับปริมาณอากาศและความต้องการของระบบบำบัด สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Blower สำหรับระบบบำบัดน้ำเสีย

4. Sludge Dryer แบบ Heat Pump ลดความชื้นของกากตะกอน

สำหรับโรงงานที่ต้องจัดการกากตะกอนในปริมาณมาก การใช้ Sludge Dryer แบบ Heat Pump สามารถช่วยลดความชื้นและน้ำหนักของตะกอนก่อนส่งกำจัด

ระบบแบบปิดและการอบแห้งที่ใช้อุณหภูมิต่ำ ช่วยให้สามารถจัดการตะกอนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดภาระในการขนส่งกากออกจากโรงงาน

5. Zero Liquid Discharge (ZLD) – ลดน้ำทิ้งจากโรงงานให้เหลือน้อยที่สุด

ZLD หรือ Zero Liquid Discharge เป็นแนวทางสำหรับโรงงานที่ต้องการลดการปล่อยน้ำทิ้งจากกระบวนการ โดยนำเทคโนโลยี เช่น Evaporator และระบบแยกน้ำมาใช้เพื่อดึงน้ำกลับมาใช้ประโยชน์

เหมาะกับโรงงานที่มีข้อจำกัดด้านการระบายน้ำ หรือมีเป้าหมายในการนำน้ำกลับมาใช้ให้ได้มากที่สุด สามารถดูแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ Zero Discharge Systems (ZLD)

เลือกเทคโนโลยีบำบัดน้ำเสียอย่างไรให้เหมาะกับโรงงาน?

การยกระดับโรงงานให้เป็น โรงงานสีเขียว ไม่จำเป็นต้องติดตั้งเทคโนโลยีทุกประเภท แต่ควรเลือกจากปัญหาที่โรงงานต้องการแก้และเป้าหมายที่ต้องการบรรลุ

ก่อนออกแบบระบบ ควรพิจารณาทั้ง ปริมาณและคุณภาพน้ำเสีย กระบวนการผลิต ปริมาณตะกอน การใช้พลังงาน พื้นที่ติดตั้ง และความต้องการนำน้ำกลับมาใช้ เพื่อให้ได้ระบบที่เหมาะกับการใช้งานจริงและสามารถควบคุมต้นทุนได้ในระยะยาว

สรุป

การพัฒนา โรงงานสีเขียว (Green Industry) ไม่ได้หมายถึงการติดตั้งเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการยกระดับการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การควบคุมมาตรฐานน้ำทิ้ง การลดการใช้น้ำ การจัดการกากตะกอน ไปจนถึงการลดพลังงานและมีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้

สำหรับโรงงานที่ต้องการพัฒนาด้านการจัดการน้ำเสีย ควรเริ่มจากการประเมิน ปริมาณและคุณภาพน้ำเสีย กระบวนการผลิต และเป้าหมายของโรงงาน ก่อนเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นระบบ Water Recycling, Screw Press, Turbo Blower, Sludge Dryer หรือ ZLD เพื่อให้ระบบที่ลงทุนสามารถใช้งานได้จริงและช่วยลดต้นทุนในระยะยาว

FAQ

Q1: โรงงานสีเขียวคืออะไร?

A: โรงงานสีเขียว คือโรงงานที่ดำเนินงานโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม มีการจัดการอย่างเป็นระบบ และพัฒนาการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทางของกระทรวงอุตสาหกรรม

Q2: Green Industry มีกี่ระดับ อะไรบ้าง?

A: Green Industry มี 5 ระดับ ได้แก่ ระดับ 1 Green Commitment, ระดับ 2 Green Activity, ระดับ 3 Green System, ระดับ 4 Green Culture และระดับ 5 Green Network

Q3: ระบบบำบัดน้ำเสียช่วยส่งเสริมโรงงานสีเขียวอย่างไร?

A: ระบบบำบัดน้ำเสียช่วยโรงงาน ควบคุมคุณภาพน้ำทิ้ง ลดการใช้น้ำ ลดปริมาณกากตะกอน และลดการใช้พลังงาน โดยสามารถเก็บข้อมูล เช่น ผลวิเคราะห์น้ำ ปริมาณการใช้น้ำ และปริมาณน้ำที่นำกลับมาใช้ เพื่อใช้ติดตามและปรับปรุงการจัดการสิ่งแวดล้อม

Q4: ถ้าโรงงานมีระบบบำบัดน้ำเสียอยู่แล้ว จะขอ Green Industry ได้ไหม?

A: ได้ หากการจัดการสิ่งแวดล้อมของโรงงานเป็นไปตามเกณฑ์ของระดับที่ต้องการ การมีระบบบำบัดน้ำเสียเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ผ่าน Green Industry แต่ต้องมีการดำเนินงานและหลักฐานตามข้อกำหนดของระดับนั้นด้วย

Q5: ต้องการนำน้ำที่บำบัดแล้วกลับมาใช้ ต้องทำอย่างไร?

A: ต้องตรวจสอบ คุณภาพน้ำที่ผ่านการบำบัดและวัตถุประสงค์ในการนำกลับมาใช้ ก่อน แล้วจึงเลือกกระบวนการบำบัดเพิ่มเติม เช่น UF หรือ RO ให้เหมาะกับคุณภาพน้ำที่ต้องการ


หากโรงงานกำลังวางแผนพัฒนาไปสู่ โรงงานสีเขียว หรือต้องการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียให้ลดการใช้น้ำ ลดกากตะกอน และควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น Hydrosys รับผลิต และนำเข้าระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบรีไซเคิลน้ำ และระบบจัดการตะกอน โดยประเมินจากปริมาณน้ำเสีย คุณภาพน้ำ และกระบวนการผลิตของแต่ละโรงงาน เพื่อให้ได้ระบบที่เหมาะกับการใช้งานจริง

ดูบริการของเราได้ที่ Zero Discharge System


📞 Tel: 02-889-6180, 091-959-5396

🟢 Line: @hydrosys

📧 Email: info@hydrosys.co.th, hydrosys@hydrosys.co.th

📲 Facebook: Hydrosys