Ultrafiltration คือเทคโนโลยีการกรองน้ำด้วยเมมเบรนที่ใช้แรงดันในการแยกสิ่งปนเปื้อนตามขนาด เมมเบรน UF มีรูพรุนในระดับประมาณ 0.01–0.1 ไมครอน สามารถกรองสารแขวนลอย คอลลอยด์ แบคทีเรีย และโมเลกุลขนาดใหญ่ออกจากน้ำได้
บทความนี้จะอธิบายหลักการทำงาน การใช้งาน ข้อดีและข้อจำกัด รวมถึงความแตกต่างระหว่าง UF, MF, NF และ RO พร้อมแนวทางการเตรียมระบบ UF สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม

Ultrafiltration คืออะไร และทำงานอย่างไร?
Ultrafiltration คือกระบวนการเมมเบรนแบบใช้แรงดัน โดยปั๊มจะส่งน้ำป้อนเข้าสู่โมดูลเมมเบรน เมื่อน้ำไหลผ่านเมมเบรน น้ำและสารที่มีขนาดเล็กพอจะผ่านออกมาเป็น Permeate ขณะที่สารที่ถูกเมมเบรนกักไว้จะอยู่ในกระแส Retentate หรือ Concentrate
กลไกหลักของ UF คือ Size Exclusion หรือการแยกตามขนาด โดยความสามารถในการกักสารขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของเมมเบรนและเงื่อนไขการเดินระบบ ไม่ควรพิจารณาจากขนาดรูพรุนเพียงอย่างเดียว
เมมเบรน UF มักถูกอธิบายว่ามีขนาดการแยกอยู่ในระดับไมโครฟิลเตรชันที่ละเอียดกว่า โดยค่าที่ใช้บ่งบอกความสามารถในการกักโมเลกุลอีกตัวหนึ่งคือ MWCO (Molecular Weight Cut-Off) ซึ่งเป็นค่าประมาณสำหรับการประเมินการกักกันโมเลกุลตามน้ำหนักโมเลกุล ดังนั้นจึงไม่ควรกำหนดค่า MWCO หรือขนาดรูพรุนเพียงค่าเดียวให้กับ UF ทุกระบบ
เมมเบรน UF มีหลายรูปแบบ เช่น Hollow Fiber และ Flat Sheet รวมถึงมีวัสดุหลายชนิด เช่น PVDF และ PES การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำ ชนิดของสารปนเปื้อน อัตราการไหล อุณหภูมิ และเงื่อนไขของกระบวนการ
ระบบ Ultrafiltration สามารถออกแบบการไหลได้ทั้งแบบ Dead-end และ Cross-flow และอาจมีระบบ Backwash รวมถึงการทำความสะอาดด้วยสารเคมีหรือ CIP (Clean-in-Place) เพื่อควบคุมการสะสมของสารปนเปื้อน และรักษาประสิทธิภาพของเมมเบรน
ข้อควรรู้:
UF ใช้แรงดันต่ำกว่า NF และ RO จึงเหมาะกับงานที่ไม่จำเป็นต้องกำจัดเกลือหรือสารละลายขนาดเล็ก แต่หากต้องการลด TDS หรือความเค็ม ต้องพิจารณา NF หรือ RO เพิ่มเติม
Ultrafiltration เหมาะกับน้ำแบบไหน?
Ultrafiltration เหมาะกับน้ำที่มีปัญหาเรื่อง สารแขวนลอย คอลลอยด์ ความขุ่น และจุลินทรีย์ โดยสามารถนำไปใช้กับน้ำดิบ น้ำที่ผ่านการบำบัด และน้ำในกระบวนการผลิตได้ ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่
- กรองน้ำหลังผ่านระบบบำบัด
- เตรียมน้ำก่อนเข้าสู่ระบบ RO
- ผลิตน้ำสำหรับกระบวนการอุตสาหกรรม
- นำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ใหม่
- ใช้เป็นส่วนแยกของแข็งในระบบ MBR
- แยกและทำให้สารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่เข้มข้นในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
อย่างไรก็ตาม UF ไม่ได้ออกแบบมา เพื่อกำจัดสารละลายขนาดเล็ก เช่น เกลือแร่และไอออนส่วนใหญ่ หากน้ำมี TDS หรือความเค็มสูง อาจต้องพิจารณากระบวนการอื่นร่วมด้วย
ข้อดีและข้อจำกัดของระบบ Ultrafiltration
ระบบ UF มีจุดเด่นในการแยกสารแขวนลอย คอลลอยด์ และจุลินทรีย์ โดยใช้แรงดันต่ำกว่า NF และ RO แต่ยังมีข้อจำกัดด้าน Fouling และการทำความสะอาดเมมเบรน ดังนั้น การเลือกใช้ UF ควรพิจารณาทั้งข้อดีและข้อจำกัดให้เหมาะกับคุณภาพน้ำและวัตถุประสงค์ของระบบ ดังนี้
| ข้อเปรียบเทียบ | ข้อดี | ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| การกรอง | ลดสารแขวนลอย คอลลอยด์ และจุลินทรีย์ได้ | ไม่เหมาะสำหรับกำจัดเกลือและสารละลายขนาดเล็ก |
| พลังงาน | ใช้แรงดันต่ำกว่า NF และ RO | ยังคงใช้พลังงานสำหรับการสูบน้ำ |
| สารเคมี | ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีตกตะกอนในขั้นตอนกรอง | ต้องทำความสะอาดเมมเบรนเป็นระยะ |
| การดูแลระบบ | สามารถทำ Backwash และ CIP ได้ | อาจเกิด Fouling หาก Pre-treatment ไม่เหมาะสม |
Ultrafiltration ต่างจาก MF, NF และ RO อย่างไร?
เทคโนโลยีเมมเบรน แต่ละประเภทมีความสามารถในการแยกสารปนเปื้อน และเหมาะกับการใช้งานแตกต่างกัน โดย MF, UF, NF และ RO จะมีระดับความละเอียดในการแยกเพิ่มขึ้นตามลักษณะของสารที่ต้องการกำจัด ดังนั้น การเลือกใช้จึงควรพิจารณาจากคุณภาพน้ำ และเป้าหมายของกระบวนการเป็นหลัก โดยสามารถเปรียบเทียบได้ดังนี้
| เทคโนโลยี | ความละเอียดในการกรอง | สารปนเปื้อนที่เหมาะกับการกำจัด | การใช้งานทั่วไป |
|---|---|---|---|
| MF (Microfiltration) | ต่ำกว่า UF | สารแขวนลอย อนุภาค และจุลินทรีย์บางประเภท | กรองขั้นต้นและลดความขุ่น |
| UF (Ultrafiltration) | สูงกว่า MF | สารแขวนลอย คอลลอยด์ แบคทีเรีย และโมเลกุลขนาดใหญ่ | ผลิตน้ำ บำบัดน้ำเสีย และ Pretreatment ก่อน RO |
| NF (Nanofiltration) | สูงกว่า UF | สารอินทรีย์บางชนิด ไอออนหลายประจุ และความกระด้างบางส่วน | ลดความกระด้าง สี และสารอินทรีย์บางประเภท |
| RO (Reverse Osmosis) | สูงที่สุดในกลุ่มนี้ | เกลือ ไอออน TDS และสารละลายขนาดเล็ก | ผลิตน้ำคุณภาพสูงและลด TDS |
การใช้งาน Ultrafiltration ในระบบบำบัดน้ำเสีย
Ultrafiltration (UF) สามารถใช้เป็นขั้นตอนการกรองเพิ่มเติมหลังการบำบัดเบื้องต้น หรือการบำบัดทางชีวภาพ เพื่อแยก สารแขวนลอย คอลลอยด์ และจุลินทรีย์ ที่ยังคงอยู่ในน้ำ ช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำก่อนเข้าสู่กระบวนการบำบัดห รือการใช้งานในขั้นตอนต่อไป
Ultrafiltration ใช้ร่วมกับระบบ MBR
หนึ่งในรูปแบบการใช้งานที่พบในภาคอุตสาหกรรมคือ MBR (Membrane Bioreactor) ซึ่งเป็นการผสานกระบวนการบำบัดทางชีวภาพเข้ากับการแยกด้วยเมมเบรน โดยเมมเบรนทำหน้าที่แยกน้ำที่ผ่านการบำบัดออกจากตะกอน ทำให้สามารถลดหรือทดแทนการใช้ถังตกตะกอนทุติยภูมิในระบบแบบทั่วไปได้
หมายเหตุ:
ระบบ MBR สามารถใช้เมมเบรนได้ทั้ง MF และ UF ขึ้นอยู่กับการออกแบบและข้อกำหนดของระบบ
Ultrafiltration สำหรับ Tertiary Treatment และ Water Recycling
นอกจากนี้ Ultrafiltration ยังสามารถใช้เป็น Tertiary Treatment เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำหลังผ่านกระบวน การบำบัดหลัก โดยเฉพาะการลดสารแขวนลอย คอลลอยด์ และจุลินทรีย์ ก่อนส่งต่อไปยังระบบ Water Recycling หรือกระบวนการบำบัดขั้นสูง เช่น RO (Reverse Osmosis)
ข้อจำกัดของ Ultrafiltration ในการบำบัดน้ำเสีย
Ultrafiltration ไม่ได้ออกแบบมา เพื่อกำจัดสารละลายขนาดเล็กทั้งหมด หากน้ำเสียมีสารอินทรีย์ละลายน้ำ โลหะหนักในรูปไอออน หรือสารเคมีละลายน้ำ อาจต้องใช้กระบวนการบำบัดอื่นร่วมด้วย โดยควรเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะกับชนิด และลักษณะของสารปนเปื้อน

ติดตั้งระบบ Ultrafiltration ในโรงงานต้องเตรียมอะไรบ้าง?
การติดตั้ง Ultrafiltration (UF) ในโรงงานควรเริ่มจากการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ และกำหนดเป้าหมายของน้ำหลังผ่านระบบ เพื่อให้สามารถเลือกชนิดเมมเบรน อัตราการกรอง และอุปกรณ์ประกอบได้เหมาะสมกับการใช้งานจริง
1. วิเคราะห์คุณภาพน้ำก่อนออกแบบระบบ
ข้อมูลที่ควรใช้ประกอบการออกแบบ ได้แก่
- อัตราการไหล และปริมาณน้ำที่ต้องการบำบัด
- TSS และความขุ่น เพื่อประเมินภาระสารแขวนลอย
- COD / BOD สำหรับน้ำเสีย
- pH และอุณหภูมิ
- ไขมันและน้ำมัน
- ชนิดและลักษณะของสารปนเปื้อน
- คุณภาพน้ำที่ต้องการหลังผ่าน UF
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยกำหนดขนาดระบบและเลือกเงื่อนไขการเดินระบบให้เหมาะสม รวมถึงใช้ประเมินความจำเป็นของระบบ Pretreatment ก่อนเข้าสู่เมมเบรน
2. ออกแบบระบบ Pre-treatment
Pre-treatment มีหน้าที่ลดสารปนเปื้อนที่อาจสร้างภาระให้กับเมมเบรน เช่น ของแข็งขนาดใหญ่ สารแขวนลอย หรือไขมันและน้ำมัน โดยรูปแบบที่ใช้จะขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำป้อน เช่น
- ตะแกรงกรอง
- ระบบตกตะกอน
- ระบบกรองขั้นต้น
- กระบวนการกำจัดไขมันและน้ำมัน
การเลือก Pre-treatment ที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงของ Fouling และช่วยให้เมมเบรนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. เตรียมอุปกรณ์และระบบประกอบ
นอกจากชุดเมมเบรน UF แล้ว ควรพิจารณาอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเดินระบบและบำรุงรักษา เช่น
- ปั๊มป้อนน้ำ
- ระบบ Backwash
- ระบบทำความสะอาดเมมเบรน CIP (Clean-in-Place)
- ถังและระบบจ่ายสารเคมีสำหรับทำความสะอาด
- ระบบระบาย Retentate / Concentrate
- ระบบควบคุมและตรวจวัดค่าการทำงาน
4. เตรียมพื้นที่ติดตั้งและการบำรุงรักษา
ควรจัดเตรียมพื้นที่ให้เพียงพอสำหรับติดตั้งชุด UF ปั๊ม ถัง และอุปกรณ์ประกอบ รวมถึงเผื่อพื้นที่สำหรับ ตรวจสอบ เปลี่ยนเมมเบรน และทำความสะอาดระบบ ในอนาคต
ข้อควรระวัง:
ไม่ควรเลือกสเปก UF โดยอ้างอิงจากระบบของโรงงานอื่นเพียงอย่างเดียว เพราะคุณภาพน้ำ อัตราการไหล และเป้าหมายการบำบัดอาจแตกต่างกัน ควรใช้ผลวิเคราะห์น้ำและเงื่อนไขการใช้งานจริงเป็นข้อมูลหลักในการออกแบบระบบ
สรุป
Ultrafiltration คือเทคโนโลยีเมมเบรนที่ใช้แรงดันในการแยกสารปนเปื้อนตามขนาด เหมาะสำหรับการลด สารแขวนลอย คอลลอยด์ แบคทีเรีย และโมเลกุลขนาดใหญ่ โดยสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในระบบผลิตน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบ MBR และการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่
จุดเด่นของ UF คือใช้แรงดันในการทำงานต่ำกว่า NF และ RO โดยทั่วไป และสามารถใช้ร่วมกับกระบวนการอื่น เช่น Pretreatment และ RO เพื่อช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำก่อนเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม UF ไม่เหมาะสำหรับการกำจัดเกลือหรือสารละลายขนาดเล็ก จึงต้องเลือกกระบวนการให้สอดคล้องกับคุณภาพน้ำ และเป้าหมายของระบบ
ดังนั้น การออกแบบระบบ UF ควรพิจารณาจาก คุณภาพน้ำ อัตราการไหล สารปนเปื้อน เป้าหมายของน้ำหลังการบำบัด และเงื่อนไขการเดินระบบ เพื่อเลือกชนิดเมมเบรน Pre-treatment และอุปกรณ์ประกอบได้อย่างเหมาะสม และช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
FAQ
Q1: Ultrafiltration กรองไวรัสได้หรือไม่?
A: ได้บางส่วน ขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของไวรัส รวมถึงสเปกและความสมบูรณ์ของเมมเบรน หากต้องการควบคุมเชื้อในระดับสูง ควรมีระบบฆ่าเชื้อเพิ่มเติม
Q2: Ultrafiltration กับ RO ต่างกันอย่างไร?
A: Ultrafiltration เหมาะกับการลดสารแขวนลอย คอลลอยด์ และจุลินทรีย์ ส่วน RO เหมาะกับการลดเกลือ TDS และสารละลายขนาดเล็ก
Q3: Ultrafiltration ต้องล้างเมมเบรนหรือไม่?
A: ต้องล้าง โดยทั่วไปมีการ Backwash และทำความสะอาดด้วยสารเคมีตามสภาพการใช้งาน เพื่อควบคุม Fouling และรักษาประสิทธิภาพของเมมเบรน
Q4: Ultrafiltration ใช้กับน้ำเสียอุตสาหกรรมได้หรือไม่?
A: ได้ โดยสามารถใช้หลังการบำบัดเบื้องต้นหรือการบำบัดทางชีวภาพ รวมถึงใช้ร่วมกับกระบวนการอื่น เช่น MBR และ RO ทั้งนี้ต้องออกแบบให้เหมาะกับคุณภาพน้ำป้อน
Q5: Ultrafiltration กำจัดโลหะหนักได้หรือไม่?
A: UF ไม่เหมาะกับการกำจัดโลหะหนักที่อยู่ในรูปไอออนละลายน้ำ ต้องใช้กระบวนการอื่นร่วมตามชนิดและรูปแบบของโลหะหนัก
หากกำลังมองหาระบบ Ultrafiltration (UF) สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม Hydrosys ผู้ผลิตระบบและอุปกรณ์บำบัดน้ำครบวงจร พร้อมออกแบบและผลิตระบบ UF ให้เหมาะกับคุณภาพน้ำ อัตราการไหล และความต้องการใช้งานของแต่ละโครงการ
สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ รับผลิต นำเข้า ระบบกรองน้ำเสียด้วยเมมเบรน
📱Tel: 02-889-6180, 089-479-8156
🟢 Line: @hydrosys
📬 Email: info@hydrosys.co.th, hydrosys@hydrosys.co.th
📘 Facebook: Hydrosys





