hydrosys.co.th

ขั้นตอนของ ระบบบำบัดน้ำเสีย

ขั้นตอนของ ระบบบำบัดน้ำเสีย

ขั้นตอนของ ระบบบำบัดน้ำเสีย

การบำบัดน้ำเสีย จะต้องเลือกวิธีการที่เหมาะสมเพราะ น้ำเสีย มีแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน ทำให้ส่วนประกอบที่ปนเปื้อนมานั้นไม่เหมือนกัน ระบบบำบัดน้ำเสีย ที่นำมาใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพของน้ำจึงต้องผ่านขั้นตอนดังต่อไนี้

1. ระบบบำบัดน้ำเสีย ขั้นเตรียมการ
เป็นขั้นตอนการกำจัดสิ่งปนเปื้อนที่มากับน้ำเสีย เช่น เศษขยะ กรวดทราย เป็นต้น เพื่อไม่ให้เกิดการอุดตันของท่อน้ำเสียและเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับเครื่องสูบน้ำ มีขั้นตอนดังนี้
การดักด้วยตระแกรง เป็นการกำจัดของแข็งขนาดใหญ่โดยใช้ตะแกรง 2 ประเภทคือ ตะแกรงหยาบและตะแกรงละเอียด
การบดตัดเพื่อลดขนาดหรือปริมาตรของแข็งให้เล็กลง ถ้าสิ่งสกปรกที่ปนมากับน้ำเสียสามารถเน่าเปื่อยได้จะต้องใช้เครื่องมือบดตัดให้ละเอียดก่อนแยกออกด้วยการตกตะกอน
การดักกรวดทราย เป็นการกำจัดพวกกรวดทราย ทำให้ตกตะกอนในรางดักกรวดทราย โดยการลดความเร็วน้ำลง
การกำจัดไขมันและน้ำมัน เป็นการกำจัดไขมันและน้ำมันซึ่งมักอยู่ในน้ำเสียที่มาจากครัวเรือน และโรงงานอุตสาหกรรมบางประเภท โดยการกักน้ำเสียไว้ในบ่อดักไขมันในช่วงเวลาหนึ่งเพื่อให้น้ำมันและไขมันลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำแล้วใช้เครื่องตักหรือกวาดออกจากบ่อ
2. ระบบบำบัดน้ำเสีย ขั้นที่สอง
เป็นการกำจัดน้ำเสียที่เป็นพวกสารอินทรีย์อยู่ในรูปสารละลายหรืออนุภาคคอลลอยด์ โดยทั่วไปมักจะเรียกการบำบัด ขั้นที่สองนี้ว่า “การบำบัดน้ำเสียด้วยขบวนการทางชีววิทยา” เนื่องจากเป็นขั้นตอนที่ต้องอาศัยจุลินทรีย์ในการย่อยสลาย หรือทำลายความสกปรกในน้ำเสีย การบำบัดน้ำเสียในปัจจุบันนื้อย่างน้อยจะต้องบำบัดถึงขั้นที่สองนี้ เพื่อให้น้ำเสียที่ผ่าน การบำบัดแล้วมีคุณภาพมาตรฐานน้ำทิ้งที่ทางราชการกำหนดไว้ การบำบัดน้ำเสียด้วยขบวนการทางชีววิทยาแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ขบวนการที่ใช้ออกซิเจน เช่น ระบบบ่อเติมอากาศ ระบบแคติเวตเตดสลัดจ์ ระบบแผ่นหมุนชีวภาพ ฯลฯ และ ขบวนการที่ไม่ใช้ออกซิเจน เช่น ระบบถังกรองไร้อากาศ ระบบถังหมักตะกอน ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของจุลินทรีย์ ที่ทำหน้าที่ย่อยสลาย

3. ระบบบำบัดน้ำเสีย ขั้นสูง
เป็นการบำบัดน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดในขั้นที่สองมาแล้ว เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกบางอย่างที่ยังเหลืออยู่ เช่น โลหะหนัก หรือเชื้อโรคบางชนิดก่อนจะระบายน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะการบำบัดขั้นนี้มักไม่นิยมปฏิบัติกัน เนื่องจากมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายสูง นอกจากผู้บำบัดจะมีวัตถุประสงค์ในการนำน้ำที่บำบัดแล้วกลับคืนมาใช้อีกครั้ง


น้ำเสียคืออะไร

น้ำเสีย หมายถึง ของเหลวที่มีสิ่งเจือปนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งสกปรกต่างๆหรือสารเคมี ในปริมาณมากๆ จนทำให้ของเหลวไม่สามารถนำไปใช้อุปโภคบริโภคได้ นอกจากนั้นยังสร้างปัญหาให้สิ่งแวดล้อมรวมถึงมนุษย์ด้วย อีกทั้งกลายเป็นมลพิษที่ส่งผลเสียหายมากมายต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

แหล่งที่มาของน้ำเสีย
– ชุมชน น้ำเสียจากชุมชนมักมาจากกิจกรรมในการดำเนินชีวิตของประชาชน ที่มักง่ายปล่อยสิ่งปฏิกูล ขยะ หรือน้ำเสียจากครัวเรือนลงแหล่งน้ำโดยไม่ได้ผ่านการบำบัด จากการศึกษาพบว่าน้ำเสียจากชุมชน ถือว่าเป็นจำนวนถึง 75 เปอร์เซ็นของน้ำเสียทั้งหมด

– อุตสาหกรรม น้ำเสียจากแหล่งอุตสาหกรรม น้ำเสียประเภทนี้เกิดจากการที่โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตลงแหล่งน้ำ โดยไม่ผ่านการบำบัด ถึงจะมีปริมาณเพียงแค่ 25 เปอร์เซ็น
แต่น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรนี้ก็มักจะมีสารเคมีปนเปื้อนมาด้วย ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสิ่งแวดล้อม

ทำไมต้องมีการทำ ระบบบำบัดน้ำเสีย
1. เพื่อเป็นการทำลายเชื้อโรคจากน้ำเสีย เนื่องจากน้ำเสียเป็นแหล่งรวมของเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดโรค และเป็นแหล่งแพร่ระบาดอีกด้วย โดยโรคที่เกิดจากน้ำเสียมีมากมาย เช่น ท้องร่วง อหิวาตกโรค อาหารเป็นพิษ ภูมิแพ้(อาหาร) โรคฉี่หนูที่มากับน้ำท่วมขัง ตาแดง เป็นต้น

2. เพื่อปรับสภาพน้ำเสีย เมื่อผ่านกรรมวิธีในการบำบัดน้ำเสียแล้ว จะสามารถนำกลับมาใช้อุปโภคบริโภคได้อีกครั้ง โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมควรมีการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงแหล่งน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาวอีกด้ว

3. เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม การบำบัดน้ำเสียจะช่วยลดปัญหาที่เกิดจาก กลิ่นเหม็นหรือการเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคได้ด้วย

4. เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลพิษทางน้ำ เพราะการปล่อยให้มีน้ำเสียอยู่ในแหล่งน้ำ จะเป็นการทำให้แหล่งน้ำโดยรอบหรือใกล้เคียงเน่าเสียไปด้วย

ที่มา : ฝ่ายสุขาภิบาลโรงงาน กองอนามัยสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *