ค่ามาตรฐาน TDS น้ำทิ้งโรงงานไม่ได้กำหนดเป็นตัวเลขเดียวสำหรับโรงงานทุกประเภท แต่ขึ้นอยู่กับประเภทโรงงาน แหล่งกำเนิดน้ำทิ้ง และข้อกำหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น การพิจารณาว่า ค่า TDS น้ำทิ้งต้องไม่เกินเท่าไร จึงต้องตรวจสอบเกณฑ์ที่ใช้กับโรงงานแต่ละประเภทโดยเฉพาะ
บทความนี้จะสรุป ค่ามาตรฐาน TDS น้ำทิ้งโรงงาน วิธีตรวจสอบเมื่อค่าเกินเกณฑ์ สาเหตุที่ทำให้ TDS สูง และแนวทางจัดการที่เหมาะสมกับลักษณะน้ำเสียของโรงงาน
ค่ามาตรฐาน TDS คืออะไร
TDS (Total Dissolved Solids) คือค่าที่ใช้แสดงปริมาณของแข็งที่ละลายอยู่ในน้ำโดยรวม โดยรายงานเป็นหน่วย มิลลิกรัมต่อลิตร (mg/L) ค่านี้ครอบคลุมสารละลายหลายชนิด เช่น เกลือ แร่ธาตุ และไอออนต่าง ๆ ที่อยู่ในน้ำ ตัวอย่างสารที่อาจส่งผลให้ค่า TDS สูงขึ้น ได้แก่
- โซเดียม (Sodium)
- แคลเซียม (Calcium)
- แมกนีเซียม (Magnesium)
- คลอไรด์ (Chloride)
- ซัลเฟต (Sulfate)
- ไบคาร์บอเนต (Bicarbonate)
- เกลือและสารละลายจากกระบวนการผลิต
อย่างไรก็ตาม ค่า TDS เป็นค่ารวม ไม่ได้ระบุว่าน้ำมีสารชนิดใดหรือสารใดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ค่า TDS สูง ดังนั้น หากต้องการวิเคราะห์น้ำเสีย เพื่อออกแบบหรือปรับปรุงระบบบำบัด ไม่ควรพิจารณา TDS เพียงค่าเดียว แต่ควรใช้ร่วมกับข้อมูลคุณภาพน้ำอื่น ๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ค่าน้ำทิ้ง โรงงานมีอะไรบ้าง

สำหรับน้ำทิ้งโรงงาน การทราบค่า TDS ช่วยให้เห็นปริมาณสารละลายในน้ำและใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินแนวทางจัดการน้ำเสีย โดยเฉพาะกรณีที่ตรวจพบว่า ค่า TDS สูง และจำเป็นต้องหาสาเหตุหรือเลือกเทคโนโลยีบำบัดที่เหมาะสม
ค่ามาตรฐาน TDS น้ำทิ้งโรงงานต้องไม่เกินเท่าไร?
ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม และเขตประกอบการอุตสาหกรรมที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับการฟอก ขัด หรือเคลือบสีหนังสัตว์ พ.ศ. 2560 กำหนดค่า TDS (Total Dissolved Solids) ไว้ดังนี้
- กรณีระบายลงแหล่งน้ำ: TDS ต้องไม่เกิน 3,000 mg/L
- กรณีระบายลงแหล่งน้ำที่มี TDS มากกว่า 5,000 mg/L: ค่า TDS ในน้ำทิ้งต้องสูงกว่าค่า TDS ของแหล่งน้ำดังกล่าวได้ ไม่เกิน 5,000 mg/L
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำตัวเลข 3,000 mg/L ไปใช้เป็นค่ามาตรฐานสำหรับโรงงานทุกประเภท เนื่องจากประกาศฉบับดังกล่าวกำหนดใช้กับกิจการที่ระบุไว้โดยเฉพาะ ขณะที่โรงงานบางประเภทอาจอยู่ภายใต้ประกาศหรือข้อกำหนดเฉพาะของกิจการนั้น ๆ กรมควบคุมมลพิษเองก็มีการเผยแพร่กฎหมายและมาตรฐานน้ำทิ้งแยกตามประเภทแหล่งกำเนิดมลพิษและกิจการ
วิธีตรวจสอบว่าค่า TDS ของโรงงานผ่านมาตรฐานหรือไม่
การตรวจสอบว่า ค่า TDS ของโรงงานผ่านมาตรฐานหรือไม่ ไม่ควรนำผลวิเคราะห์ไปเทียบกับตัวเลข 3,000 mg/L โดยทันที เพราะต้องพิจารณาก่อนว่าโรงงานอยู่ภายใต้ประกาศหรือมาตรฐานฉบับใด รวมถึงตรวจสอบจุดระบายน้ำและวิธีเก็บตัวอย่างให้ถูกต้อง โดยสามารถตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. ตรวจสอบประเภทโรงงานและข้อกำหนดที่ใช้บังคับ
เริ่มจากตรวจสอบประเภทกิจการ กระบวนการผลิต และสถานะของโรงงานว่าอยู่ภายใต้ประกาศมาตรฐานน้ำทิ้งฉบับใด เนื่องจากข้อกำหนดด้านคุณภาพน้ำทิ้งอาจแตกต่างกันตามประเภทกิจการและแหล่งกำเนิดมลพิษ
2. ตรวจสอบจุดระบายน้ำทิ้งและการเก็บตัวอย่าง
ต้องตรวจสอบว่าน้ำทิ้งถูกระบายลงสู่แหล่งใด และจุดที่เก็บตัวอย่างสามารถเป็นตัวแทนของน้ำทิ้งที่ระบายออกจากโรงงานได้หรือไม่
สำหรับประกาศที่กำหนดมาตรฐานน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม และเขตประกอบการอุตสาหกรรม กำหนดให้เก็บตัวอย่างแบบ จ้วง (Grab Sample) ที่จุดระบายทิ้งลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ หรือออกสู่สิ่งแวดล้อม หรือจุดอื่นที่สามารถใช้เป็นตัวแทนของน้ำทิ้งได้ และหากมีหลายจุดระบาย ให้เก็บตัวอย่างทุกจุด
3. ตรวจสอบวิธีวิเคราะห์ TDS
ผลตรวจ TDS ควรมาจากวิธีวิเคราะห์ที่เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานที่นำมาใช้เปรียบเทียบ โดยสามารถอ้างอิง คู่มือวิธีวิเคราะห์น้ำและน้ำเสีย ของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม และวิธีมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น Standard Methods for the Examination of Water and Wastewater
ดังนั้น หากนำผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการมาใช้ ควรตรวจสอบว่าวิธีวิเคราะห์ที่ใช้สอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐานที่โรงงานอยู่ภายใต้หรือไม่
4. เปรียบเทียบผลตรวจ TDS กับมาตรฐานที่ตรงกับโรงงาน
เมื่อทราบ ประเภทกิจการ จุดระบายน้ำ วิธีเก็บตัวอย่าง และวิธีวิเคราะห์ แล้ว จึงนำผล TDS ที่ได้ไปเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานที่ใช้บังคับกับโรงงานนั้นโดยตรง
หากค่าที่ตรวจได้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ควรตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติมว่า มาจากสารละลายประเภทใดและมาจากกระบวนการผลิตหรือขั้นตอนใด ก่อนเลือกแนวทางปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย

ถ้าค่า TDS เกินมาตรฐาน ต้องทำอย่างไร
หากผลตรวจพบว่า TDS สูงกว่าเกณฑ์ที่ใช้บังคับ ควรดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้
- ยืนยันผลตรวจ ตรวจสอบจุดเก็บตัวอย่าง วิธีวิเคราะห์ และผลตรวจให้ถูกต้อง
- หาสาเหตุ ตรวจสอบกระบวนการผลิตและแหล่งกำเนิด TDS พร้อมวิเคราะห์องค์ประกอบของน้ำเสีย เช่น Chloride, Sulfate และ Hardness
- แก้ไขและปรับปรุงระบบ ปรับกระบวนการผลิต แยกกระแสน้ำเสีย หรือเพิ่มระบบบำบัดที่เหมาะสม เช่น Membrane, RO, Evaporator หรือ ZLD
- ตรวจซ้ำหลังแก้ไข วิเคราะห์ค่า TDS อีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าค่าลดลงและเป็นไปตามเกณฑ์ที่ใช้บังคับ
แนวทางจัดการเมื่อค่า TDS สูง
เริ่มจากตรวจสอบกระบวนการผลิต เพื่อหาจุดที่ทำให้สารละลายเข้าสู่น้ำเสียมากขึ้น เช่น การใช้สารเคมี การล้าง หรือระบบหมุนเวียนน้ำ จากนั้นจึงพิจารณาวิธีบำบัดที่เหมาะสม
ในส่วนของต้นทาง โรงงานอาจแยกน้ำเสียแต่ละประเภท ลดการใช้สารเคมีที่ไม่จำเป็น ปรับวิธีการล้าง หรือเพิ่มการหมุนเวียนน้ำ เพื่อลดภาระของระบบบำบัด
สำหรับระบบบำบัด อาจเลือกใช้เทคโนโลยีตามลักษณะน้ำเสีย เช่น
- Membrane ใช้แยกสารละลายออกจากน้ำ และนำน้ำบางส่วนกลับมาใช้ได้
- Evaporation ใช้กับน้ำเสียหรือ Concentrate ที่เหมาะกับกระบวนการระเหย เพื่อช่วยลดปริมาตรน้ำเสีย
- ZLD (Zero Liquid Discharge) ใช้ในกรณีที่ต้องการลดหรือไม่ระบายน้ำทิ้งในรูปของเหลว
การเลือกเทคโนโลยีจึงควรพิจารณาจาก องค์ประกอบของน้ำเสีย ปริมาณน้ำ และเป้าหมายของระบบ ร่วมกัน
เมื่อไรควรพิจารณา Evaporator และ ZLD
หากโรงงานมีน้ำเสียที่มีสารละลายเข้มข้น หรือมี Concentrate จากระบบ Membrane ที่ต้องจัดการต่อ Evaporator Concentrator อาจเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่นำมาพิจารณา โดยกระบวนการระเหยสามารถแยกน้ำออกจากสารละลายและลดปริมาตรของส่วนเข้มข้นได้
ในกรณีที่โรงงานต้องการลดการระบายน้ำทิ้งให้เหลือน้อยที่สุด หรือมีเป้าหมายแบบ Zero Liquid Discharge (ZLD) อาจออกแบบระบบให้ Membrane, Evaporation และ Crystallization ทำงานร่วมกันตามลักษณะน้ำเสีย
อย่างไรก็ตาม ก่อนเลือกเทคโนโลยีควรมีผลวิเคราะห์น้ำเสียจริง รวมถึงข้อมูล Flow Rate และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมิน Scaling, Fouling, การใช้พลังงาน และการจัดการส่วนตกค้าง
สรุป
ค่ามาตรฐาน TDS น้ำทิ้งโรงงาน ไม่ได้ใช้ตัวเลขเดียวกับโรงงานทุกประเภท การตรวจสอบจึงต้องเริ่มจากการดูประเภทกิจการ ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง จุดระบายน้ำ และวิธีวิเคราะห์ที่ถูกต้อง หากพบว่า ค่า TDS สูงเกินเกณฑ์ ควรตรวจสอบแหล่งกำเนิดและองค์ประกอบของสารละลายในน้ำเสียก่อน เพื่อหาแนวทางลดภาระตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงระบบบำบัด
สำหรับโรงงานที่มีน้ำเสีย TDS สูงหรือมี Concentrate จากระบบ Membrane การใช้ Evaporator Concentrator หรือการออกแบบระบบ ZLD (Zero Liquid Discharge) อาจเป็นแนวทางที่เหมาะสมในบางกรณี ทั้งนี้ควรประเมินจากผลวิเคราะห์น้ำเสียจริง ปริมาณน้ำ และเป้าหมายของโรงงาน เพื่อให้ได้ระบบที่เหมาะกับการใช้งานและสามารถจัดการน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
FAQ
Q1: TDS สูงเกิดจากอะไรในน้ำเสียโรงงาน?
A: TDS สูงอาจเกิดจากเกลือ สารเคมี แร่ธาตุ หรือสารละลายจากกระบวนการผลิตที่ปนเข้าสู่น้ำเสีย โดยสาเหตุจะแตกต่างกันตามประเภทอุตสาหกรรม
Q2: ค่า TDS สูงส่งผลต่อระบบบำบัดน้ำเสียอย่างไร?
A: TDS สูงอาจทำให้การบำบัดบางประเภททำได้ยากขึ้น และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ Scaling หรือ Fouling ในระบบ Membrane จึงต้องพิจารณาองค์ประกอบของสารละลายร่วมด้วย
Q3: จะลดค่า TDS ในน้ำเสียโรงงานได้อย่างไร?
A: ลดการใช้สารเคมี แยกน้ำเสียแต่ละประเภท และนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ จากนั้นจึงพิจารณาระบบบำบัด เช่น Membrane, RO หรือ Evaporator ตามลักษณะน้ำเสีย
Q4: TDS สูงสามารถบำบัดด้วยระบบ RO ได้หรือไม่?
A: ได้ โดยระบบ RO (Reverse Osmosis) สามารถแยกสารละลายและเกลือออกจากน้ำได้ แต่ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของน้ำเสียและความเข้มข้นของ TDS รวมถึงการจัดการน้ำเข้มข้นที่เกิดจากระบบ
Q5: น้ำเสีย TDS สูงสามารถนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ได้หรือไม่?
A: สามารถทำได้ในบางกรณี โดยต้องผ่านกระบวนการบำบัดที่เหมาะสมก่อน และควรตรวจสอบคุณภาพน้ำให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของการนำกลับมาใช้
หากโรงงานของคุณกำลังประสบปัญหา ค่า TDS สูง น้ำเสียเข้มข้น หรือมี Concentrate จากระบบ Membrane ที่ต้องจัดการ สามารถติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ Hydrosys เพื่อพูดคุยและประเมินแนวทางจัดการน้ำเสียให้เหมาะกับลักษณะและความต้องการของแต่ละโรงงาน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Zero Discharge System
📱Tel: 02-889-6180, 089-479-8156
🟢 Line: @hydrosys
📬 Email: info@hydrosys.co.th, hydrosys@hydrosys.co.th
📘 Facebook: Hydrosys





